วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่12

บันทึกอนุทินครั้งที่12
วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561
เวลาเรียน08:30-11:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)



ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในการไปสังเกตุเด็กปฐมวัย ที่ โรงเรียนสาธิตจันเกษม อยู่ม.จันทรเกษมนั้นเอง การไปสังเกตุครั้งนี้ดิฉันได้ไปสังเกตุเด็กห้องอนุบาล 2 มีครูที่ปรึกษาอยู่ 2 ท่าน และพี่ๆปี5ที่ฝึกสอนอยู่ 2 คน พอเข้าไปในห้องนั้นเด็กๆก็เรียนภาษาจีนดิฉันก็คิดว่าเด็กแค่อนุบาล 2 นี่หรอเรียนภาษาจีนได้ด้วยน่าทึ่งจริงๆ เด็กๆพูดภาษาจีนกับคุณครูด้วย น้องๆที่โรงเรียนสาธิตจันเกษมนี้ มีแต่น้องๆที่น่ารัก สดใสสมวัยทั้งนั้นเลย

มาชมบรรยากาศก่อนเข้าห้องไปสังเกตุน้องๆ
ก่อนที่จะเข้าไปหาน้องๆนั้น อาจารย์บาสก็ได้พาเดินรอบๆโรงเรียนสาธิตจันเกษม เดินดูสถานที่ที่น้องๆวิ่งเล่น และโรงอาหารที่แม่ครัวทำอาหารให้กับน้องๆรัปประทาน ก่อนที่จะเข้าห้องไปหาน้อง อาจารย์บาสได้แบ่งเพื่อน ไปสังเกตุห้องละ 8 คน ซึ่งมีอยู่3 ห้อง คือ อนุบาล1 อนุบาล2 อนุบาล3 เพื่อนๆบางส่วนก็มากสายกันอยู่พอสมควรเพื่อนๆที่มาสายก็จะได้ไปสังเกตุน้องๆที่ห้องอนุบาล3



หลังจากที่เข้าไปในห้องได้สักพัก พี่ปี 5 ที่ฝึกสอนก็มาสอนน้องๆเรื่องคำคล้องจองดูท่าทางเเล้วน้องๆโรงเรียนนี้กะตือรือร้นมากๆในการเรียน



พี่เขาได้สอนให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการเรียน โดยการที่ให้น้องยกมือขึ้นในการที่จะตอบคำถาม น้องๆส่วนมากมีการให้ความร่วมมือมากๆเลยแหละ
เสร็จจากนี้ก็จะเป็นวิชาศิลปะ โดยให้น้องๆได้ออกไปทำศิลปะข้างนอกห้อง พวกดิฉันก็ได้ออกไปตาม น่าตื่นเต้นเลยทีเดียว บรรยากาศในห้องเรียนของน้องมีความสดใสมีมุมต่างๆ มุมนักอ่าน นักเขียน มุมบล็อก ภายในห้องมีแอร์ที่เย็นสบายมาก







ดูน้องๆสิมีความสนใจในเรื่องนี้มากๆเลย ต้องใจทำกันทุกคน ไม่กลัวเลอะเลยแหละ ดิฉันก็ได้ช่วยน้องๆในการทำศิลปะอกด้วย เอาสะมือเลอะกันหมดเลย ส่วนใหญ่น้องๆที่นี้สะอาดหูสะอาดตาเลยทีเดียว 
แลดูสดใสมาก บรรยากาศในการทำศิลปะในวันนั้นไม่ค่อยมีแดดสักเท่าไหร่ บรรยากาศเป็นใจเลยทีเดียว


พอทำศิลปะเสร็จทำน้องๆก็ได้ไปล้างไม้ล้างมือให้สะอาด โดยเขาฝึกให้เด็กๆล้างเองดูแลตัวเอง พอล้างเสร็จเด็กๆก็เข้าห้องเรียน ที่ต้องเรียนวิชาอังกฤษต่อนั้นเอง แม้แต่ภาษาจีนแล้วเด็กๆก็ยังเก่งเรื่องวิชาอังกฤษอีกด้วย ดิฉันรู้สึกประทับใจเด็กๆที่นี้มากๆเลย เด็กเก่งกันทุกคนจริงๆ
ตอบคุณครูเป็นภาษาอังกฤษได้ด้วย เขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาอังกฤษก็ยังได้ด้วย



พอเข้ามากนั่งดูเด็กเรียนภาษาอังกฤษได้สักพัก ก็ถึงเวลาที่พวกดิฉันได้ไปเรียนต่อวิชาต่อไป และถ้ามีโอกาส อาจารย์บาสก็บอกว่าสามารถมีหาน้องๆได้ทุกเมื่อเลยแหละ และถ้าดิฉันมีโอกาส เวลามากกว่านี้จะมาเล่นกลับเด็กๆอีกแน่นอนจ้าาาาา



วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่11

บันทึกอนุทินครั้งที่11
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2561
เวลาเรียน08:30-11:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)


สำหรับการเรียนการสอนในวันนี้อาจารย์ได้พานักศึกษา เซก1 ทุกคนไปสังเกตุเด็กปฐมวัย ในตั้งแต่อายุ 3 เดือน - 5 ปี ที่ มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ที่ซอย.เสือใหญ่ นี้เป็นการออกไปสังเกตุเด็กปฐมวัยเป็นครั้งแรก สำหรับดิฉันเองก็มีความตื่นเต้น ที่จะได้เปลี่ยนบรรยายกาศ จากที่เคยเรียนอยู่แต่ในห้อง ได้มาเปลี่ยนที่มีเด็กๆล้อมรอบตัวเรา มากมาย

มาดูการเดินทางของพวกเรา

เพื่อนๆบอกว่าการเดินทางครั้งนี้ ขึ้นรถ โดยรถสาย 99 คือก้าวอย่างเดียว เดินอย่างเดียว ดีมากเลยบรรยากาศในวันนั้นไม่มีแดด บรรยายกาศเหมือนฝนจะตกด้วยซ้ำ ดิฉันเองก็ไม่ได้ทานข้าวเช้ามาก็เลยทั้งเดินทั้งกินในเวลาเดียว เลยรู้สึกว่าไม่เหนื่อยเลย โดยเดินจากหลังม. ไปในซอยผ่านหมู่บ้านเล็กหลายหมู่บ้าน ได้เห็นสภาพแวดล้อมต่างๆ ของคนในหมู่บ้านอีกด้วย






พอเดินทางมาถึงศูนย์มลูนิธิเด็กอ่อนในสลัม

อันดับแรกเลยคือทุกคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปและก็ตื่นเต้นกันใหญ่เลยทีเดียว มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ห้องจะเป็นตึก 4 ชั้นซึ่งไม่เหมือนกับที่ไหนๆเลย เป็นการออกแบบที่ที่สวยงามเลยที่เดียว



ขณะที่เดินเข้าไปในมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ก็เป็นเวลาที่เด็กสวดมนต์เคารพธงชาติ อยู่พอดี เด็กร้องเสียงดังฟังชัด ขณะเดียวกันเด็กก็ตื่นเต้นเช่นกันที่เห็นพี่ๆนักศึกษามา เด็กก้คงไม่ได้คิดอะไรหรอกว่าพี่เขามาทำอะไรกัน เด็กๆก็พากันมองใหญ่เลย

หลังจากนั้นก็ได้ขึ้นไปดูเด็กๆในแต่ละช่วงวัย มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม นี้จะแบ่งเด็กออกเป็น 3 ห้องคือ
 ห้องที่1ห้องเด็กอ่อน เด็กตั้งแต่ 3 เดือนถึง 1 ขวบ
ห้องที่2 ห้องเด็กกลาง เด็กตั้งแต่ 2-3 ขวบ
ห้องที่3 ห้องเด็กใหญ่ เด็กตั้งแต่ 4-5 ขวบ

ห้องเด็กอ่อน


เด็กในช่วงนี้ยังอ่อนๆอยู่ การดูแลเด็กต้อง มีคนดูแลเยอะเป็นพิเศษ สำหรับการทานอาหารจะต้องเป็นเวลามากกว่าเด็กห้องอื่น เพราะจะเอาใจใส่เป็นพิเศษ กว่าห้องอื่น

ห้องเด็กกลาง


ส่วนเด็กกลางตอนแรกๆเข้าไปในห้องเด็กก็จะมอง เพราะยังไม่คุ้นเคย พอนานๆไปมีคนมาทำกิจกรรม และใกล้ชิดเด็ก เด็กก็จะมีความคุ้นเคยมากขึ้น ส่วนใหญ่เด็กวัยนี้จะงอแง เป็นเด็กติดผู้ปกครองอยู่ การรับประทานอาหารก็ยากเด็กจะไม่ค่อยกินข้าว

ห้องเด็กใหญ่


เด็กวัยนี้จะเป็นเด็กที่ซนเลยทีเดียว ตอนแรกแตกตื่นเพราะเห็นคนมากมาย แต่จะสนิทเร็วหน่อย
มีความรู้สึกอะไต่างๆมากมาย เด็กในวัยนี้บอกเลยว่าควบคุมยากมาก ซนที่สุด ไม่สงบนิ่งเลยทีเดียว นี้เป็นภาพที่ ร้องเพลงให้เด็กๆฟัง เด็กวัยนี้จะชอบการเล่านิทาน ฟังเพลงต่างๆมากมาย

ภาพที่ประทับใจ


หลังจากนั้นก็เป็นเวลาที่เด็กจะต้องรับประทานอาหารเที่ยง และนักศึกษาทุกก็ต้องเดินทางกลับมหาลัย เพื่อไปเรียนวิชาต่อไป ก็ได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกและกล่าวขอบคุณ ครูใหม่ผู้ที่ดูแล มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม















วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทิรครั้งที่10

บันทึกอนุทินครั้งที่10
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2561
เวลาเรียน08:30-11:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)

↑→จากอนุทินครั้งที่9←↑หัวข้อการสอนแบบไฮสโคป


ไฮสโคป (High Scope) เป็นการสอนที่เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำผ่านมุมเล่นที่หลากหลาย ด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก และการแก้ปัญหาอย่างกระตือรือร้น โดยการให้โอกาสเด็กเป็นผู้ริเริ่มการเล่นหรือกิจกรรมต่าง ๆ อย่างอิสระ ซึ่งตรงตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา (Cognitive Theory) ของเปียเจต์ (Piaget) นักการศึกษาที่สำคัญคนหนึ่งของโลก
แนวการสอนแบบไฮสโคป (High Scope) เป็นอย่างไร
ไฮสโคป (High Scope) ใช้หลักปฏิบัติ 3 ประการ คือ
1. การวางแผน (Plan) เป็นการกำหนดแนวทางการปฏิบัติ หรือการดำเนินงานตามงานที่ได้รับมอบหมายหรือสิ่งที่สนใจด้วยการสนทนาร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก และเด็กกับเด็ก ว่าจะทำอะไร อย่างไร การวางแผนกิจกรรมนี้เด็กอาจแสดงด้วยภาพหรือสัญลักษณ์ประจำตัวเด็กหรือบอกให้ครูบันทึก เป็นกระบวนการที่เด็กมีโอกาสเลือกและตัดสินใจ

2. การปฏิบัติ (Do) คือ การลงมือทำกิจกรรมตามแผนที่วางไว้ เป็นส่วนที่เด็กได้ร่วมกันคิด แก้ปัญหา ตัดสินใจ และทำงานด้วยตนเอง หรือร่วมกับเพื่อนอย่างอิสระตามเวลาที่กำหนดโดยมีครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือในจังหวะที่เหมาะสม เป็นส่วนที่เด็กได้มีการพัฒนาการพูดและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมสูง

3. การทบทวน (Review) เด็ก ๆ จะเล่าถึงผลงานที่ตนเองได้ลงมือทำเพื่อทบทวนว่าตนเองนั้นได้ปฏิบัติงานตามแผนที่ได้วางไว้หรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร การทบทวนจุดประสงค์ที่แท้จริงคือ ต้องการให้เด็กได้เชื่อมโยงแผนการปฏิบัติงานกับผลงานที่ทำ รวมถึงการเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้ลงมือทำด้วยตนเอง

จุดเด่นของแนวการสอนไฮสโคป (High Scope)

1. พื้นที่ ต้องมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม เพื่อให้เอื้อต่อการเรียนการสอนที่เน้นการเรียนแบบร่วมมือกระทำ มุมสำคัญที่ควรมี คือ มุมศิลปะ มุมหนังสือ มุมบ้าน มุมวิทยาศาสตร์ มุมบล็อก
2. วัสดุอุปกรณ์ สื่อการเรียนและอุปกรณ์ต้องมีมากพอและหลากหลาย เพื่อช่วยให้เด็กได้เรียนรู้พัฒนาแผนการทำงาน และดำเนินการตามแผน
3. การจัดเก็บ เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เกี่ยวกับวงจรการค้นหา-ใช้-เก็บคืน ดังนั้น การจัดวางสิ่งของในห้องเรียนก็ต้องเอื้อให้เด็กได้เรียนรู้ด้วนตนเอง

ประโยชน์ของแนวการสอนไฮสโคป (High Scope) ที่มีต่อเด็ก

1. สอนให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้อื่น ซึ่งเริ่มต้นจากความไว้วางใจโยครูต้องเป็นผู้สร้างความไว้วางใจให้แก่เด็กเพื่อให้เด็กได้ลงมือทำกิจกรรมหรือชิ้นงานตามความสนใจของตนเองและมีความสนุกในการเรียนรู้ที่จะทำงาน
2. การลงมือทำงานฝึกให้เด็กวางแผนการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน เป็นระบบ
3. เด็กได้ฝึกสมาธิทำให้เด็กเกิดปัญญา ฝึกความมีระเบียบวินัย  ฝึกการคิดอย่างมีความหมาย ผลที่ตามมาคือ ความสำเร็จในการทำงานที่ได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง  ได้เรียนรู้และมีความสุขในการทำงานที่ตนสนใจ
 สำหรับบรรยากาศในการนำเสนอการสอนแบบไฮสโคป




 





ก็จะมีวิดีโอมาเพิ่มเติมจากเรื่องที่นำมานำเสนอให้เพื่อนๆและอาจารย์ฟัง ก็ได้รู้จักและเข้าการสอนแบบไฮสโคปได้ดีขึ้นปรัมาณหนึ่ง  ถ้าสมมติว่าเราจะนำหลักการแบบใดไปสอนเด็กปฐมวัยก็คงจะเป็นการสอนแบบไฮสโคปนี่แหละค่ะเพราะมีการ วางแผน ลงมือปฏิบัติ และได้ทบทวนสิ่งที่เด็กปฐมวัยได้ทำ และสิ่งของที่นำมาใช้ในการสอนนั้นจะไม่เป็นอันตาราย และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งของที่นำมาใช้จะเป็นของธรรมชาติ



 



บันทึกอนุทินครั้งที่9

บันทึกอนุทินครั้งที่9
วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2561
เวลาเรียน08:30-11:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)

👉สำหรับการเรียนในชั่วโมงนี้👈ต่อจากการบันทึกอนุทินครั้งที่8 อาจารย์ได้ให้จับฉลากเลือกหัวข้อที่ว่า การศึกษาปฐมวัยมีองค์กรใดบ้างที่เกี่ยวข้องสำหรับดิฉันเอง ได้หัวข้อ ศูนย์แม่และเด็ก


👪 ศูนย์แม่และเด็ก 👪

เป็นโครงการที่พัฒนาคุณแม่ให้คำแนะนำแม่ หรือให้คำแนะนำด้านต่างๆแม้แต่การแต่งงาน การตั้งครรภ์ การใช้ชีวิตในครอบครัว โครงการนี้เขาจะให้คำปรึกษาคำเสนอแนะต่างๆ ยกตัวอย่างโรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา ได้จัดตั้ง คลินิกเด็ก และคลินิกสูตินรีเวช เพื่อให้ความรู้ คำแนะนำ รวมทั้งการตรวจวินิจชัยและรักษาเด็กตั้งแต่แรกเกิด รวมถึงความสำคํญเรื่องสุขภาพของคุณแม่

➤คลินิกเด็กโดยครอบคลุมในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคตามวัย การป้องกันโรค การวินิจฉัย การให้คำปรึกษาแนะนำ การเจรฺญเติบโตของเด็ก และตรวจคัดกรองโรคต่างๆ


➤คลินิกสูตินรีเวช เป็นการให้บริการในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์
ก่อนตั้งครรภ์  แนะนำและตรวจ เตรียมตัวก่อนมีบุตร และรักษาภาวะที่มับุตรยากช่วงตั้งครรภ์  ตรวจหาโรคและควมผิดปกติของมารดาและทารกในครรภ์ วินิจฉัยความผิดปกติของโคโมโซมหรือธารัสซีเมีย การตรวจคัดกรองความเสี่ยงของดาวซินโดมคลอดบุตร  จะเป็นการคลอดบุตรที่ไ้มาตรฐานด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดูและภาวะครรภ์เสี่ยงสูง ปรึกษาปัญหาการให้นมบุตร การวางแผนครอยครัว

บรรยายกาศในห้องเรียน



สำหรับบรรยากาศในห้องเรียนค่อยข้างตึกเครียดเลยที่เดียว55555
หลังจากนั้นอาจารย์ก็ให้จับกลุ่ม 5 คนเพื่อที่อาจารย์จะมอบหมายงานให้ในเรื่องแนวทางการศึกษาและหลักการสอบในด้านต่างๆ
สำหรับกลุ่มของดิฉันได้หัวข้อการสอน แบบไฮสโคป แล้วทำพาวเวอร์มานำเสนอในครั้งต่อไป