บันทึกอนุทินครั้งที่4
วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน 2561
เวลาเรียน08:30-11:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤตธ์ตฤณต์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)
ประวัติ Maria Montessori
อาจารย์ได้ให้หัวข้อของชาวศึกษา ให้นักศึกษาให้ไปค้นหาว่าเขาได้ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องอะไรแล้วเอามาพูดคุนให้เพื่อนฟังในชั้นเรียน
Dr. Maria Montessori ไม่ได้เป็นเพียงผู้หญิงที่เสาะแสวงหาแนวทางการพัฒนาการศึกษาให้แก่เด็กๆเท่านั้น
เธอยังเป็นผู้มีจุดมุ่งหมายที่แน่วแน่ในชีวิต
ซึ่งอุทิศตนในการทำความเข้าใจถึงวิธีการและสาเหตุแห่งการเรียนรู้ของเด็ก
ด้วยความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ของเธอ ทำให้เธอทำงานอย่างเป็นระบบ
เป็นขั้นตอน ไม่เคยมีการสุ่มเสนอทฤษฎีแบบง่ายๆ
หากแต่มีการสนับสนุนทฤษฎีแนวคิดต่างๆโดยการหยิบยกประสบการณ์ตรงจากการสังเกตที่ได้จากการทำงานคลุกคลีอยู่กับเด็กๆ
และเธอได้เปรียบผลงานของเธอว่าเป็น “เนื้อหาของงานวิจัย”
ส่วนตัวเธอเองนั้นเป็นผู้ส่งสารจากเด็กๆ
เมื่อมองย้อนกลับไปยังความสำเร็จของเธอในยุคสมัยนั้นแล้ว
เป็นที่น่าสังเกตว่าความคิดของเธอนั้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
เนื่องจากในยุคต้นปี ค.ศ. ๑๙๐๐ นั้น ผู้คนมองความเป็นเด็กว่าเป็นเพียงภาชนะที่ว่างเปล่าที่รอการเติมเต็มจากผู้ใหญ่เท่านั้น
กล่าวคือ การเรียนรู้ของเด็กจะต้องมีปัจจัยหลักจากภายนอกเท่านั้น
ดังนั้นผู้ใหญ่จะต้องเป็นผู้ที่คอยควบคุมและช่วยเหลือด้านการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ระเบียบวินัยต่างๆของเด็กก็ต้องได้รับการกระตุ้นจากภายนอกเท่านั้น
ไม่สามารถเกิดจากการวางรากฐานในวัยเด็กได้
Maria Montessori ได้สร้างโรงเรียนให็กับเด็กพิเศษหรือเด็กปัญญาอ่อน
เด็กๆในโรงเรียน “บ้านของเด็ก” สองโรงแรกที่จัดตั้งขึ้นนั้นล้วนเป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้ง
กล่าวคือถูกละเลยไม่ได้รับการกระตุ้นการเรียนรู้และเอาใจใส่จากผู้ปกครองเท่าที่ควร
และมีอีกหลายรายที่ผู้ปกครองไม่รู้หนังสือเลย และแล้วความหวังของ Dr. Maria
Montessori ก็ปรากฏผลออกมา เด็ก ๆ
เหล่านั้นเริ่มประสบความสำเร็จในการเรียนมากขึ้น และในโรงเรียนแห่งที่สามนั้น เด็ก
ๆ ซึ่งค่อนข้างจะมีพื้นฐานที่ดีกว่าหน่อยเพราะจากมาจากชนชั้นกลาง
ก็แสดงให้เห็นถึงผลของการใช้ทฤษฎีของ Dr. Maria Montessori ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน
ได้ปรากฏผลออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่าเด็กทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้โดยสัญชาติญาณและโดยอิสระ
ซึ่งทฤษฎีดังกล่าวนี้เองได้เป็นกุญแจหลักสำคัญของกระบวนการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น