แบบฝึกหัดท้ายบทบทที่1
1 จงอธิบายถึงความหมานจองการจัดการศึกษาปฐมวันตามความเข้าใจของนักศึกษา
2 เด็กปฐมวัยเป็นพื้นฐานของชีวิต “จากคำกล่าวนี้ จบอธิบายตามความเข้าใจของนักศึกษา”
3 เด็กปฐมวัยมีความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างไร จบอธิบาย
4 เด็กปฐมวัยมีความสำคัญในการจัดการศึกษาและเรียนรู้อย่างไร จงอธิบาย
5จบอธิบายถึงจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาปฐมวันตามความเข้าใจจองนักศึกษา
6 จบอธิบายสรุปถึงการศึกษาปฐมวัยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ 2542 (ฉบับปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม2545) 7 จบอธิบายสรุปนโยบายแบะแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย
8 จงอธิบายถึงแนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
9 จงอธิบายถึงแนวคิดเกี่ยวกัยการเล่นของเด็กกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
10 จบอธิบายถึงแนวคิดเกี่ยวกับวัฒนกรรมและสังคมกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
คำตอบ
1.จากผลการวิจัยที่ผ่านมาพบว่าในช่วง 5 ปีแรกของชีวิตเป็นช่วงที่สำคํญมากในการวางรากฐานบุคลิกภาพของมนุษย์และในช่วง2 ปีแรกเป็นระยะที่ร่างกายและสมองกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วดังนั้นในการจัดการศึกษาปฐมวัยที่เหมาะสมจึงควรคำนึงการเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา
2.เหมาะสมทางด้านการเสริมสสร้างพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา
3.ผลของการการอบรมเลี้ยงดูและประสบการณ์ต่างๆที่เด็กได้รับในระยะต้นของชีวิตจะมีอิธิพลต่อการวางรากฐานของการพัฒนาทั้งร่างกาย สติปัญญา สังคม และบุคลิกภาพ
4.เด็กในช่วงอายุ 2 – 6 ปี เป็นช่วงวัยที่เด็กเริ่มเรียนรู้ภาษาพูดและสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่ความสามารถในการเรียนรู้ยังอยู่ในลักษณะจากัด ดังนั้นเด็กในวัยนี้จึงจาเป็นต้องได้รับการฝึกทักษะการใช้ประสาทสัมผัส ซึ่งการจัดสภาพแวดล้อมและประสบการณ์ที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการในด้านการคิด
5. จุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาปฐมวัยเอาไว้ดังต่อไปนี้
(1.) เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางกายของเด็กอย่างเต็มที่ เพื่อจะได้เป็นพลเมืองไทยที่มีอนามัยสมบูรณ์ แข็งแรง
(2.) เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางบุคลิกภาพ อารมณ์ และสังคมของเด็ก เพื่อให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ มีความเข้มแข็งทางจิตใจที่จะเผชิญอุปสรรคและอันตรายได้
(3.)เพื่อให้เด็กมีนิสัยขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย ประหยัด สะอาด
(4.) เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ด้านต่าง ๆ
(5.) เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับโรงเรียน หรือศูนย์เด็กก่อนวัยเรียนในการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็ก
(6.) เพื่อตระหนักในปัญหาความเบี่ยงเบนของพัฒนาการเสียแต่แรก และดาเนินการต่อไปโดยเหมาะสม
6.สิ่งสาคัญประการหนึ่ง คือ รัฐบาลต้องให้ความสาคัญ และมีนโยบายและแผนใน การพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเด็กอย่างมีเป้าหมายและถูกต้องตามหลักวิชาการ การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี จึงได้กาหนดให้ครอบคลุมการพัฒนาเด็กปฐมวัย (0 – 5 ปี)” และรัฐได้มีการจัดทานโยบาย และแผนการศึกษาสาหรับเด็กปฐมวัย (0 – 5 ปี) รวมทั้งกาหนดให้การศึกษาปฐมวัยเริ่มตั้งแต่ 0 – 5 ปี เป็นการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อม
7.- แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัย
- จัดทาแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย
- จัดทาแผนปฏิบัติการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย และนาเสนอ ครม.รับทราบ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556
- สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
- กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
- กระทรวงมหาดไทย (มท.)
8.นผลสืบเนื่องมาจากประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเกิดขึ้นจากกระบวนการที่ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยผู้เรียนจะต้องเป็นผู้กระทาให้เกิดขึ้นด้วยตนเองและการเรียนรู้จะเป็นไปได้ดี ถ้าผู้เรียนได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้เคลื่อนไหว ได้มีโอกาสคิดริเริ่มตามต้องการและความสนใจของตนเอง
9.เด็กจะรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้สังเกต มีโอกาสได้ทดลอง สร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและค้นพบด้วยตนเอง การเล่นจะมีอิทธิพลและมีผลดีต่อการเจริญเติบโต ช่วยพัฒนาร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา ระหว่างที่เล่นเด็กมีโอกาสเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
10.บริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่หรือสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก ทาให้เด็กแต่ละคนแตกต่างกันไป หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยทั่วไปจึงเน้นว่า ผู้สอนจาเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่าวัฒนธรรมและสังคมที่แวดล้อมตัวเด็กมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น