แบบฝึกหัดท้ายบทบทที่4
1.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในช่วงไม่มีระบบโรงเรียน
2 .จงอธิบายถึงปัจจันที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
3 .จบอธิบายวิชาหรือเนื้อหาสาระ 10อย่างของโรงเรียนเลี้ยงเด็ก พ.ซ2433 4จบจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในโครงการศึกษาพ.ศ 2441 แบ่งออกเป็นกี่ระดับจงอธิบาย
5 .ในยุคเริ่มต้นของการจัดอนุบาลเอกขน พ.ศ2454-2470 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร จงอธิบาย
6 .การจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศมีความเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
7 .แผนการศึกษาชาติฉบับ พ.ศ2503 แบ่งการศึกษาออกกี่ระดับ จงอธิบาย
8 .ในปี พ.ศ 2523 กระทวงศึกษาธิการ ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานใดให้รับผิดชอบการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา จงอธิบาย
9 .หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ2546 มีความเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
10. จงสิเคราะห์ถึงการศึกษาปฐมวัยของไทยตามความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา
คำตอบ
1.การศึกษาในยุคโบราณหรือที่นักการศึกษาบางคน เรียกว่า ยุคก่อนมีระบบโรงเรียนการจัดการศึกษากล่าวคือ ไม่มีการดาเนินการอย่างเป็นแบบแผน ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การศึกษาแบบไม่เป็นทางการ (Informal Education) คือ ไม่มีการกาหนดหลักเกณฑ์ที่แน่นอน ไม่มีโรงเรียนสาหรับเรียนโดยเฉพาะ ไม่มีหลักสูตร ไม่มีการบังคับ เป็นการสอนแบบให้เปล่า ไม่มีค่าจ้างหรือค่าเล่าเรียน การเรียนจึงขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้เรียน
2.เป็นการศึกษาปฐมวัยในยุคเริ่มต้นการจัดอย่างมีระเบียบแบบแผน รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยที่ปรากฏขึ้นเป็นประการแรก คือ มีการจัดตั้ง “โรงเลี้ยงเด็ก”โดยพระดาริของพระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฎในรัชกาลที่ 5 ซึ่งได้สูญเสียพระราชธิดาไปตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์
3. 1. ให้อ่านหนังสือออก เขียนได้
2. ให้คิดเลขเป็น
3. ให้รู้จักรักษาอิริยาบถ
4. ให้หุงข้าวต้มแกงเป็น
5. ให้เย็บผ้าเป็น
6. ให้ขึ้นต้นไม้เป็น
7. ให้ว่ายน้าเป็น
8. ให้ปลูกทับกระท่อมที่อยู่เป็น
9. ให้รู้จักปลูกต้นไม้
10. ให้รู้จักเลี้ยงสัตว์
4.ปรากฏชัดแจ้งในโครงการศึกษา พ.ศ.2441
ในหมวดที่ 1 ได้จัดลำดับชั้นการศึกษาออกเป็น 4 ลำดับ คือ
1. การเล่าเรียนเบื้องแรก (มูลศึกษา)
2. การเล่าเรียนเบื้องต้น (ประถมศึกษา)
3. การเล่าเรียนเบื้องกลาง (มัธยมศึกษา)
4. การเล่าเรียนเบื้องสูง (อุดมศึกษา)
5.ครั้งยังเป็น นายอ่อน สาริกบุตร เป็นกรรมการออกไปดูการศึกษาของประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นจึงได้มีการแก้ไขปรับปรุงโครงการศึกษา พ.ศ.2441 ใหม่ โดยนาแบบแผนที่ได้มาจากญี่ปุ่นนามากลั่นกรองประกอบเป็นรูปของโครงการศึกษาไทย พ.ศ.2445 โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ลาดับ คือ
1. สามัญศึกษา เป็นประโยค 2 ชั้นกลาง
2. อุดมศึกษา เป็นประโยค 3 ชั้นสูง
6.กระทรวงศึกษาธิการได้มีดาริให้กรมฝึกหัดครูเตรียมการเปิดสอนอนุบาลของรัฐนาแนวคิดที่ได้กลับมาดาเนินการและจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลของรัฐขึ้น ความเคลื่อนไหวทางการศึกษาปฐมวัยครั้งสาคัญได้มีการเปิดโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของรัฐขึ้นในจังหวัดพระนคร ชื่อว่า โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ โดยได้รับเงินบริจาคจากกองมรดกของนางสาวละออ หลิมเซ่งไถ่ สร้างอาคารเรียน และเปิดทาการสอนเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2483 ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงธรรมการและคณะทางานได้เตรียมการเป็นอย่างดี ด้วยการจัดส่งนักการศึกษาและนักวิชาการไปดูงานด้านการอนุบาลศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น ประกอบกับมีบุคลากรเดิมที่มีความรู้ทางด้านอนุบาลโดยตรง
7.ฉบับนี้ได้แบ่งการศึกษาออกเป็น 4 ระดับ คือ
1. อนุบาลศึกษา
2. ประถมศึกษา
3. มัธยมศึกษา
4. อุดมศึกษา
8.การจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในระยะแรกแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และมติคณะรัฐมนตรี โดยจัดทาเป็นโครงการ ได้แก่ โครงการส่งเสริมการศึกษาในท้องถิ่นที่ใช้ภาษาอื่นมากกว่าภาษาไทย โครงการเปิดขยายชั้น เด็กเล็กในพื้นที่ที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ โครงการจัดชั้นเด็กเล็กในโรงเรียนประถมศึกษา โครงการวิจัยพัฒนาการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา
9.พุทธศักราช 2542 ภายใต้ชื่อ “หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546” โดยได้ผ่านการพิจารณาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องให้มีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะนาไปใช้เป็นแนวทางจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกันโดยมีสาระตอนหนึ่งระบุว่า “กระทรวงศึกษาธิการหวังว่าหลักสูตรฉบับนี้จะเป็นแนวทางในการอบรมเลี้ยงดู และจัดการศึกษาระดับปฐมวัยให้แก่ผู้เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี
10.การศึกษาปฐมวัยในอดีตมีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงสุโขทัย และได้มีการพัฒนามาจนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งแรกของประเทศไทย โดยดาริของพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสินีนาฎ ในรัชกาลที่ 5 นับตั้งแต่บัดนั้นก็ได้มีการจัดการศึกษาปฐมวัย โดยมีรูปแบบที่เป็นทางการตามโครงการศึกษา ปี พ.ศ.2441 ซึ่งเป็นโครงการศึกษาฉบับแรกที่มีการจัดการศึกษา “มูลศึกษา” ใน 3 รูปแบบ คือ โรงเรียนบุรพบท โรงเรียน กข นโม และโรงเรียนกินเดอกาเตน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น